Reviews

รีวิวหูฟัง Air Connect 2 พัฒนากว่าเดิม แก้จุดเสีย ซื้อสะดวก เคลมสะบาย กับราคา 659.-

กราบสวัสดีทุก ๆ คนวันนี้มีหูฟังของ Asaki รุ่น A-K6653 หรือเรียกง่าย ๆ ว่ารุ่น Air Connect 2 ตัวนี้วางขายที่ 7-11 ทั่วประเทศ ใครอยากได้หูฟัง True Wireless ทรงนี้ น้ำหนักเบา เป็นแบบ earbud ไม่อุดในรูหูก็ลองดูรีวิวนี้ได้โลด

Air Connect 2 พัฒนาจากรุ่นแรกนั่นคือ Air Connect 1 พอสมควรและผมบอกเลยว่ามากโขทีเดียว ทั้งเรื่องแบต QC ที่ดีขึ้น การจับสัญญาณ  การเชื่อมต่อกับมือถือ แก้จุดบกพร่องต่าง ๆ ที่อาจพบได้ที่ Gen 1 มาแล้วทั้งสิ้น ที่สำคัญพัฒนาแบตมาให้ด้วย ซึ่ง Gen 2 นี้จะมีความอึดมากขึ้นและแบตมีความสเถียรกว่าเดิมด้วย

ทั้งนี้ในเน็ตที่เราเจอจะมี OEM เยอะมาก ๆ ราคาจะอยู่ตั้งแต่ 300 – 500 บาท แต่ด้วย Asaki ซื้อง่ายกว่า เคลมง่ายกว่า และผมคิดว่าตัวสัญญาณและแบตน่าจะดีกว่าด้วย เพราะหูฟังที่เป็นลักษณะนี้จะชอบมีปัญหาเรื่องพวกนี้แล้วส่งเคลมยากอีกด้วย

สเปคด้านหลังดูกันเอาเองนะครับ ที่สำคัญเวลามีปัญหา หรืออยากติดต่อการเคลมอื่น ๆ สามารถแอด Line Facebook ได้เลยที่ด้านหลัง มีทีมงานคอยซัพพอร์ตครับซึ่งอันนี้เป็นจุดดี และแน่นอนสเปคด้านหลังนี้ผมจะไม่พูดถึง เราจะพูดถึงการใช้งานล้วน ๆ

อุปกรณ์ในกล่อง

1. กระสวยชาร์จและเก็บหูฟัง
2. หูฟัง Air Connect ข้าง L R
3. จุกสิลิโคน
4. สายชาร์จ Micro USB

รูปทรง

รูปทรงกระทัดรัดดี ขนาดพอ ๆ กับของ Apple ด้านหน้ามี Logo Asaki และสัญลักษณ์ 5.0 ซึ่งเป็นรุ่นพัฒนา Bluetooth จาก Gen ที่แล้วมา ซึ่งเป็น Bluetooth รุ่นสูงสุดแล้วที่มีความสเถียรและประหยัดพลังงานมากขึ้น ( ตัวเดิมจะเป็น 4.0 )

  • และเจ้าตัวกระสวยชาร์จนี้มีแบตในตัว 300 mAh. ( ส่วนหูฟังข้างละ 50 mAh. )

ด้านหลังจะมีปุ่มเอาไว้กดเพื่อชาร์จ ตัวนี้ไม่ได้ชาร์จอัติโนมัติเมื่อคุณเสียบหูฟังเพื่อจัดเก็บเข้าไป อยากชาร์จต้องกด แล้วมันจะขึ้นไฟสีน้ำเงินและแดงตัดกันมีแสงม่วงหน่อย ๆ เกิดจากแสงมันรวมกัน

ด้านบนของกล่องเก็บหูฟัง อันนี้เอาให้ดูไฟเมื่อเวลา Air Connect 2 ชาร์จไฟอยู่จะเกิดไฟแบบนี้แหละ

ด้านล่างเป็นช่องชาร์จ Micro USB

นี่คือไฟเมื่อเรากดปุ่ม แต่เราไม่ได้ใส่ตัวหูฟัง Air Connect เข้าไปจะเป็นสีน้ำเงิน จริง ๆ ผมอยากให้ผลิตภัณ์ของ Asaki เป็นสีขาวนวล ๆ มากกว่านะ ไม่ว่าจะเป็นหูฟังหรือตัวกระสวยชาร์จ มันจะดูสวยกว่านี้มาก อันนี้มันดูไม่ค่อยแพงเท่าไหร่สำหรับความคิดผมนะ

ตัวฝาเป็นลักษณะใสทำจากพลาสติกธรรมดา ๆ ไม่หวือหวาไม่หรูหราก็ปกติเหมือนหูฟังลักษณะนี้เรทราคานี้ทั่วไปนั่นแหละ ตัวนี้ไม่มีแม่เหล็กหรือการหน่วงเวลาเราเอานิ้วดีดขึ้นนะ มันเปิดแบบดาด ๆ เลย มันเปิดตามแรงอันนี้ก็อยากได้ฟิลลิ่งหรู ๆ นอกจากนี้นิดนึงนะจะดีมาก

ลักษณะรูปทรงของเจ้า Air Connect 2 มันไม่ได้ใหญ่นะ ยังมีบางรุ่นเรทราคานี้ตัวใหญ่ ใส่แล้วเด่นชัดมาก อันนี้เพรียวสวยครับ ไม่ใหญ่ ตัวพอ ๆ กับ Apple Air pod นั่นแหละ

หันมาเข้าด้านในจะเห็นสกรีน Logo Asaki และสัญลักษณ์ Bluetooth 5.0 เอาไว้ทั้งคู่เป็นสีน้ำเงิน วัสดุตัวนี้ทำจากพลาสติกธรรมดาเกรดปกติของเรทราคานี้ครับไม่ได้ขี้เหร่อะไร ผมดูจากสีมันดูหนากว่า Gen 1 นิดนึงทำให้ดูไม่ก๊องแก๊งมาก

ด้านหลังจะเป็นสัญลักณ์ของข้างหูฟัง L และ R และมีรูไมค์ และไฟ (มีสีน้ำเงินแดงแสดงตามการใช้งาน) และมีปุ่มกดเพื่อเปิด – ปิดตัวหูฟัง Air Connect 2

ตัวสิลิโคนที่แถมมาเมื่อนำมาใส่แล้วจะเป็นรูปร่างแบบนี้ หนาขึ้นนิด กระชับขึ้นหน่อย สวยไม่น้อย ถ้าใครอยากให้กระชับก็ใส่สิลิโคนเข้าไปได้ครับ ใส่ไม่ยาก

เมื่อใส่แล้วด้านในจะเป็นแบบนี้ ซึ่งรูมันก็ไม่ได้ตรงเป๊ะนะ ขยับเอาได้แค่นี้ของผม

ใส่แล้วออกมาแบบนี้ ดูดีไม่น้อย ยังกับบอยแบนด์ ฮันแหน๊ะ !!!
และผมก็เอาไปลองวิ่งออกกำลังกายมาแล้วนะชั่วโมงครึ่ง หูไม่หลุดแต่ว่ามันจะหลวมออกมาบ้างเนื่องจากแรงกระแทก เอาเป็นว่าใช้ได้ครับ อันนี้เอาไปวิ่งนะวิ่งแรง ถ้าฟังปกติไม่น่ามีปัญหาอะไรหรอก

เรื่องของเสียง

ทดลองฟังกับ Spotify และมือถือคู่ใจอย่าง Samsung Galaxy Note 10+ นี่ไทอินไปให้ซักกะหน่อยพบกว่า การฟังนั้นฟังได้แบบสบาย ๆ เสียงกลางจะมาเยอะกว่าเสียงอื่น ๆ คนใช้ทั่วไปน่าจะชอบ คนที่ฟังเพลงทั่วไป ดูหนัง ซีรีย์ ตอบโจทย์อย่างมาก เสียงแหลมไม่ได้ใสมาก เบสก็ไม่ได้มามากเท่าไหร่ ในเรทราคานี้ผมให้ซัก 7 คะแนน แต่การที่จะได้เบส 7 คะแนนต้องเสียบหูเข้าไปในระยะที่พอดีหรือลึกพอ จะได้ยินเบสมาแบบนุ่ม ๆ หน่อย แต่ไม่ได้มาเยอะ ฟังเพลง EDM หรือเล่นเกมจำพวกปาระเบิดอาจจะไม่ได้อรรถรสมากนัก

เอาเป็นว่ามันอยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ และดีกว่าหูฟัง OEM ที่เป็นลักษณะนี้ครับ

แต่ถ้าในกรณีที่เราไม่ไปเทียบหูฟังราคาถูกมาก ๆ เช่น Xioami ที่เป็น inear นะ คนที่ต้องใช้ ear bud แบบนี้ผมว่าคุณน่าจะพอใจระดับนึงด้วยราคาและมันเป็น True Wireless ครับ แล้วแบตมัน OK กว่าหูฟัง OEM อีกด้วย ย้ำนะครับ หูฟังลักษณะนี้

ทดสอบการดูรีวิว การดูหนัง หรืออะไรก็ตามแต่ที่ใช้ดูการสนทนา การพูดคุยให้มันตรงกับปาก พบว่าไม่เจอปัญหาอะไร เอาไปดูหนังได้เลยไม่ดีเลย์ (แต่อาจจะดีเลย์แบบน้อยมาก ๆ) ซึ่งผมเอามาเทสกับนิวแล้วผมไม่ซีเรียสคือดูแล้วมันก็ตรงกันปกติเลย แต่พูดเผื่อไว้คนซีเรียสแบบมาก ๆ

การกดเพื่อสั่งการ เล่น หรือ หยุด ทำได้โดยมีดีเลย์นิดเดียวครับ ไม่ถึงกับทันใจ แต่ไม่ได้หงุดหงิด ผมรับได้และผมคิดว่าเรทราคานี้มันทำได้ดีครับ เทียบราคานะ

การใช้ไมค์คุย

ทดสอบการใช้ไมค์จากตัว Air Connect 2 เพื่อพูดคุยผ่านโทรศัพท์ ได้ยินสารชัดครับ ฟังรู้เรื่องและไม่มีสัญญาณอะไรรบกวน ซึ่งการจะทำให้มันสเถียรในเรทราคานี้แล้วเป็นหูฟังลักษณะแบบนี้มันต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพอสมควรครับ จะเห็นว่าบางรุ่นมันไม่ดีเอาซะเลย รุ่นนี้ฟังรู้เรื่อง คุยผ่านหูฟังได้สบายครับ แต่การตัดเสียงรอบข้างนี่แทบไม่ตัดเลย เพราะเจ้าไมค์รับเสียงมันอยู่ด้านหลังของหูฟังตามที่ได้อธิบายด้านบนไป ซึ่งเวลามีคนพูดข้าง ๆ มันจะได้ยินชัดด้วย และถ้าออกไปที่เสียงเยอะ ๆ ชัดเจนเลยว่าอีกฝั่งรู้แน่นอนว่าเราไปไหนมาไหน สรุปว่าตัดเสียงรอบข้างได้ไม่ค่อยดี แต่ถ้าคุณภรรยาจะซื้อไปให้สามีใช้นี่น่าจะเป็นประโยชน์นะ เพราะโกหกไม่ได้ว่าอยู่ไหนแล้ว ได้ยินชัดหมด 555

เรื่องแบตเตอรี่

แบตเตอรี่รุ่น Air connect 2 เป็นสิ่งที่ผมประทับใจอย่างนึงเลยก็ว่าได้ ด้วยราคานี้และเป็นหูฟังลักษณะนี้ด้วย หลาย ๆ ตัวจะมีอาการแบตหวบบ้าง ลดลงเร็วบ้าง หรืออ่านค่าไม่เที่ยงตรงบ้าง สแตนบายหวบหาบบ้างเหมือนผีดูดเลือดกันเลย แต่ตัวนี้จากการใช้งานแบบสแตนบายต่อกับมือถือไว้ตลอดและไม่ได้ปิดเจ้าหูฟัง Air Connect 2 เลย ปรากฎว่าอึดใช้ได้ ผมนอนตั้งแต่ 5 ทุ่ม ( 23.00 น.) ตื่นอีกที 5 โมงเช้า ( 11.00 น.) แบตลดไป 10% จาก 70% เหลือ 60% อันนี้ถือว่า OK เลยครับ

และการใช้งานทั่วไปเช่นฟังเพลง ทดลองฟังเพลงสากลเบสเยอะ ๆ หน่อย เปิดเสียงสูงสุดเท่าที่หูฟังตัวนี้จะทำได้ ฟังไป 1 ชม. ลดไปประมาณ 20% ได้ครับ นั่นหมายถึงว่า 100% เปิดดังสุดเนี่ยฟังต่อเนื่องเลยนะ จะได้ราว ๆ 5 ชม. (อันนี้จากการทดลองของผม หูฟังของผมนะ )

ดังนั้นเนี่ย ตัวกระสวยที่มีความจุแบต 300 mAh. มันจะสามาถชาร์จเจ้าหูฟังได้ด้วยกัน 3 รอบ
หูฟัง 1 คู่ = 100 mAh. ซึ่งอันนี้มีจำนวนแบตมากกว่าหูฟัง OEM ส่วนมากในตลาด
มันจะฟังได้ทั้งหมดเลยคือประมาณ 15 ชม. ด้วยกระสวยลูกเดียว แต่ผมตีแบบว่าถ้ามัน loss เจ้าพลังงานไปเหมือนเพาเวอร์แบงค์หรือมีส่วนที่ต้องใช้ไม่เต็มผมก็ตีไปซะประมาณ 12 ชม. ละกันครับ ( อันนี้โดยส่วนตัวคิดนะ ) ซึ่งผมถือว่ารับได้กับราคานี้และดีกว่าหูฟังในตลาดที่เป็น OEM หลาย ๆ ตัว

ถึงแม้ฟังค์ชั่นแม่เหล็กดูดหูฟังพวกนี้ไม่มี แต่เจ้านี่พัฒนาเรื่องแบตและการเชื่อมต่อมาดีทีเดียว ( ในราคานี้ )

สรุปข้อดี
1.เสียง OK กับราคานี้ ที่เป็นหูฟังลักษณะแบบนี้ ไม่ต้องไปเทียบอินเอียร์นะ หรือหูฟังสาย เอาแบบนี้
2. มีประกันเคลมง่าย
3. หาซื้อได้ง่าย
4. แบตเตอรี่ได้รับการพัฒนามาแล้วถือว่า OK แต่ยังไม่เคยลองระยะยาวนะ ผมลองมา 2-3 อาทิตย์
5. เรื่องการเชื่อมต่อ ไม่มีปัญหาใด ๆ เหมือน Gen 1 ใช้มายังไม่เกิดปัญหา

ข้อพิจารณา
1. วัสดุมันดูไม่พรีเมี่ยมเท่าไหร่ แต่ก็เข้าใจราคา
2. อยากให้ตัวสกรีนเป็นสีเทาอ่อน ๆ มันจะสวยกว่านี้มาก
3. ตัวไฟที่โชว์สเตตัสต่าง ๆ เช่น ไฟชาร์จ ไฟเชื่อมต่อ ที่เป็นสีฟ้า สีแดง อยากให้เป็นสีขาวนวล ๆ ซึ่งในตลาดตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็น อาจจะเข้าใจได้ว่าเป็นเรืองของต้นทุน แต่ไฟที่มันโชว์ที่หูฟังเวลาเราแพร์กับมือถือแล้วมันไม่ได้กระพริบนะ มันก็นาน ๆ ติดทีเป็นสีฟ้า ซึ่งมันดูสวยอยู่ รับได้

*** นอกนั้นก็ยังไม่เจออาการใด ๆ ถ้าเจอจะแจ้งให้ทราบขอรับ ขอบคุณสำหรับการติดตามครับ สำหรับวันนี้ต้องขอตัวไปกินข้าวซะก่อน เพราะหิวซะเหลือเกิน ไปแล้ว สวัสดี…