Special Article

วิวัฒนาการของกล้องใน Samsung Galaxy S Series จาก Samsung Galaxy S ตัวแรก จนวันนี้ ผ่านอะไรมาบ้าง

ก่อนหน้านี้เราได้นำเสนอวิวัฒนาการของ S Pen ในมือถือ Samsung Galaxy Note Series ซึ่งในมือถือเรือธงอีกหนึ่งซีรีส์นั่นคือ Samsung Galaxy S Series ก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจเหมือนกัน หนึ่งในนั้นก็คือเทคโนโลยีกล้องที่ Samsung พัฒนามาตั้งแต่ Samsung Galaxy S ตัวแรกจนในปัจจุบัน เรามาดูกันว่า Samsung เคยใส่เทคโนโลยีกล้องแบบไหนมาให้เรากันบ้าง ไปดูกันเลย

Samsung Galaxy S

Samsung Galaxy S ตัวแรกให้กล้องหลังความละเอียด 5MP ถ่ายรูปแบบ Panorama และวิดีโอได้ HD และกล้องหน้าถูกออกแบบมาเพื่อวิดีโอคอลได้เท่านั้น เพราะช่วงนั้นหาร Selfie ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่

Samsung Galaxy SII

Samsung Galaxy SII เพิ่มแฟลชในกล้องหลัง เพื่อเพิ่มแสงในการถ่ายรูปคนให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความละเอียดกล้องหลังเป็น 8MP และกล้องหน้า 2MP

Samsung Galaxy S3

Samsung Galaxy S3 มีฟีเจอร์กล้องอย่าง Burst Shot นั่นคือการถ่ายภาพรัวๆ 20 ภาพในระยะเวลา 3.3 วินาที และโหมด Zero Shotter Lag หรือการถ่ายปุ๊บ ติดปั๊บ ไม่มีจังหวะ Scene Optimize ให้เสียเวลาเลย

Samsung Galaxy S4

Samsung Galaxy S4 เพิ่มความละเอียดกล้องหลังเป็น 13MP และกล้องหน้า 2MP และยังใส่ชิปประมวลผลภาพมาให้ถึง 2 ตัว มาพร้อมฟีเจอร์ Dual Shot ซึ่งจะเป็นการถ่ายภาพจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังพร้อม ๆ กันในเฟรมเดียว ส่วนฟีเจอร์การถ่ายภาพอื่น ๆ ที่น่าสนใจคือ Sound & Shot ถ่ายภาพพร้อมกับบันทึกเสียงลงไปในรูปภาพนั้นๆ

Samsung Galaxy S5

Samsung Galaxy S5 เพิ่มความละเอียดกล้องหลังเป็น 16MP การถ่ายภาพในที่แสงน้อยถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งในด้านของความสว่างที่เพิ่มขึ้นและปริมาณนอยส์ที่ลดลง ทางด้านของการถ่ายภาพแบบ HDR เองก็ถูกพัฒนาขึ้นเช่นกัน แถมยังใช้งานในการถ่ายวิดีโอได้ด้วย

Samsung Galaxy S6 Series

Samsung Galaxy S6 Series เพิ่มฟีเจอร์ Quick Launch เข้ามาใน Galaxy S6 เพียงแค่กดไปที่ปุ่มโฮมติดกัน 2 ครั้ง โทรศัพท์จะเข้าสู่แอปกล้องและพร้อมใช้งานในเวลาเพียงแค่ 0.7 วินาทีเท่านั้น ฟังก์ชั่นการโฟกัสติดตามวัตถุถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญ ส่วนกล้องหน้า 5MP คราวนี้มีรูรับแสงกว้างถึง ƒ/1.9 ช่วยให้ภาพเซลฟี่มีความสว่างมากขึ้น

Samsung Galaxy S7 Series

รุ่นก่อนหน้านี้ทั้งหมด มักจะโดนหลายคนบ่นว่าโฟกัสกล้องหลังไม่ค่อยดี Samsung ก็เลยจับเอาเทคโนโลยี dual pixel มายัดใส่ในเซนเซอร์ภาพซะเลย ซึ่งในตอนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่มีอยู่แค่ในกล้อง DSLR รุ่นสูง ๆ เท่านั้น หลักการทำงานของ dual pixel นั้นตรงตามชื่อ คือ แบ่งพิกเซลทุกจุดบนเซนเซอร์ออกเป็น 2 ส่วน สำหรับตรวจจับวัตถุในลักษณะ phase detection ซึ่งทำงานได้ดีในแทบทุกสภาวะแสง จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายอย่าง

Samsung Galaxy S8 Series

Samsung Galaxy S8 ปรับปรุงอัลกอริทึมประมวลผลภาพขึ้นมาใหม่ใน Galaxy S8 โดยการถ่ายภาพต่อเนื่องติดกัน 3 เฟรม จากนั้นจึงค่อยเลือกรูปที่มีคุณภาพดีที่สุดออกมา และปรับปรุงการใช้งานแอปพลิเคชันกล้องให้ใช้งานง่าย ปัดเพื่อเปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพได้ทันที และยังเป็นรุ่นแรกที่ให้กล้องหลังมามากกว่า 1 เลนส์

Samsung Galaxy S9 Series

กล้องหลักของ Galaxy S9 มีรูรับแสงกว้างที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น ด้วย ƒ/1.5 รับแสงได้มากกว่า Galaxy S8 ราว 28% ทำให้ถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในที่มืด แถมยังเป็นรูรับแสงแบบคู่ Dual Aperture สลับไปใช้งาน ƒ/2.4 ได้อีกด้วย สามารถถ่ายวิดีโอ Super Slow-mo ได้สูงสุดที่ 960 fps และสามารถนำมาสร้างเป็นไฟล์ GIF เพื่อโพสต์ขึ้นโซเชี่ยลมีเดียได้อย่างง่ายดายอีกต่างหาก

Samsung Galaxy S10 Series

มาพร้อมฟังก์ชั่น Super Steady กันสั่นให้กับ Galaxy S10 ในปี 2019 เสริมด้วย HDR10+ ที่มีขอบเขตสีกว้างสุด ๆ ก็ยิ่งเพิ่มความสมจริงเข้าไปอีก ในขณะที่กล้องอัลตร้าไวด์ 16MP นั้นให้ภาพมุมกว้างถึง 123 องศา ซึ่งใกล้เคียงกับมุมมองจากดวงตามนุษย์เลย

Samsung Galaxy S20 Series

Samsung Galaxy S20 จะเป็นการแข่งกับแบรนด์อื่นเรื่องการซูม Space Zoom ขึ้นมาใน Galaxy S20 Ultra ทำให้ซูมได้ไกลสุด ๆ ถึง 100 เท่าหากเทียบกับระยะเลนส์ปกติเลยทีเดียว ส่วนคุณสมบัติ Super Steady ก็ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อน มีการนำฤณ มาช่วยประมวลผล และยังเปิดใช้งานขณะบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 8K ได้อีกด้วย 

Samsung Galaxy S21 Series

กล้องหลักของ Galaxy S21 Ultra มีความละเอียด 108MP ในขณะที่ Galaxy S21+ และ S21 มีความละเอียด 64MP การนำเอาคุณสมบัติป้องกันการสั่นไหวมาต่อยอดเป็นฟีเจอร์ Zoom Lock ช่วยให้การถ่ายภาพในระยะ 10 เท่าด้วยกล้องเทเลโฟโต้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้านการโฟกัสเองก็จัดจ้านสุด ๆ จากการทำงานร่วมกันของ dual pixel และ laser AF และยังมีฟีเจอร์ Director’s View ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นภาพพรีวิวจากกล้องทุกตัวพร้อมกันได้แบบเรียลไทม์ คล้ายกับการถ่ายหนังโดยที่เราเป็นผู้กำกับหนังเรื่องนั้น เวลาสลับกล้องขณะกำลังบันทึกวิดีโอจะมีความลื่นไหลและต่อเนื่องมากขึ้น พร้อมกันนี้ก็สามารถบันทึกภาพนิ่งหรือวิดีโอจากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังในคราวเดียวกันได้อีกต่างหาก กล้องทุกตัวจะรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60 fps

Samsung Galaxy S22 Series

กล้องหลักของ Samsung Galaxy S22 Ultra มีการใช้ชุดกล้องที่คล้ายกันกับ S21 Ultra 5G แต่มีการพัฒนาให้เก็บภาพและวิดีโอกลางคืนให้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าการดีไซน์การวางกล้องของ S22 Ultra จะแตกต่างจาก S21 Ultra 5G แต่หากสังเกตดีๆ การวางกล้องของทั้ง 2 รุ่นจะคล้ายกัน เพียงแต่ไม่มีโมดูลกล้องมารองรับเลนส์กล้องทั้งหมดนั่นเอง ส่วน Samsung Galaxy S22 และ S22+ มีการปรับแต่งให้การถ่ายรูปกลางคืนดีขึ้นอีกด้วย และยังเป็นภาพที่มีคุณภาพเพราะเลือกใช้ชิ้นเลนส์ Sony IMX766 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล