Recommend

รวม 6 หูฟังราคาประหยัด งบไม่เกิน 1,000 บาท ฟีเจอร์เด่น เนื้อเสียงดี มีทั้งกลมกล่อมและเน้นเบส

ช่วงนี้หูฟังราคาประหยัดก็ออกมาให้เราได้เลือกซื้อกันเรื่อยๆ แต่ช่วงนี้ที่งบเป็นเรื่องที่หลายคนตั้งเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อ วันนี้เรามีหูฟังที่งบประมาณไม่เกิน 1,000 บาท ที่มีดีทั้งฟีเจอร์ , เนื้อเสียงที่ดี , แบตเตอรี่อึด หรือการออกแบบที่สวยงาม แต่จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

  1. Soundpeats MAC | 679 บาท

หูฟังรุ่นเริ่มต้นจากแบรนด์ Soundpeats ที่ขึ้นชื่อเรื่องของราคาจับต้องได้ โดยเฉพาะตัวนี้ที่เปิดราคามาเพียง 699 บาทเท่านั้น ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงกับราคาถือว่าเป็นตัวที่คุ้มค่ามาก ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวมาเป็นระยะเวลาสักพักแล้วก็ตาม

ข้อดี : เนื้อเสียงดี , ราคาถูก , เหมาะกับการฟังเพลงแนวป็อปหรือเพลงที่เบสไม่หนักมาก , ไมค์ชัด , แบตอึด

ข้อสังเกต : มีความ delay ไม่เหมาะกับการเล่นเกม ,   , ปรับแต่งเสียงไม่ได้ , สัมผัสเพื่อสั่งการได้น้อย

รายละเอียดสเปกหูฟัง Soundpeats MAC

  • ไดร์เวอร์ขนาด 6 มม.
  • Bluetooth 5.0
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 1 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 9 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 60 ชม.
  • กันน้ำระดับ IPX7 ใส่ออกกำลังกายได้ แต่กันฝนไม่ได้
  • แยกใช้งานทีละข้างได้
  1. Eaudio P10 Xtreme | 990 บาท

ตัวต่อมาที่เราแนะนำให้คือ Eaudio P10 Xtreme ซึ่งมีจุดเด่นที่เบสเช่นเดียวกันกับ Soundpeats MAC แต่ตัวนี้จัดว่าดุกว่า ถ้าเทียบเรื่องของความแน่นเสียงเบสที่ขับออกมาได้ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในเรื่องของแบตเตอรี่ที่ให้เยอะมาก ๆ จนเราสามารถใช้เคสของ Eaudio P10 Xtreme แทน PowerBank ขนาดเล็กได้เลย บวกกับเทคโนโลยี Dual Host ที่ทำให้การพูดคุยผ่านหูฟังทำได้ดีขึ้นจากรุ่น Eaudio P10 Pro

ข้อดี : เบสหนัก , เคสเป็น Powerbank ชาร์จมือถือได้ , เชื่อมต่อรวดเร็ว , กันน้ำฝนได้ , แบตอึดมาก , มี Game Mode , สื่อสารผ่านหูฟังได้ชัดเจน

ข้อสังเกต : หัวชาร์จยังเป็น Micro USB , งานประกอบยังไม่แน่นหนา , ปรับแต่งเสียงไม่ได้ , สัมผัสเพื่อสั่งการได้น้อย

รายละเอียดสเปก Eaudio P10 Xtreme

  • ไดรเวอร์ขนาด 8 มม.
  • Bluetooth 5.2
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 1 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 6 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 180 ชม. (ประมาณ 20 ครั้ง)
  • กันน้ำระดับ IPX8 ใส่ออกกำลังกายได้ , กันฝนไม่ได้
  • แยกใช้งานทีละข้างได้
  • มี Game Mode เพื่อบดดีเลย์ของหูฟัง
  1. Eaudio Nova 10 | 790 บาท

สำหรับ Eaudio Nova 10 เป็นหูฟังที่เสียงดีและการเล่นเกมก็เยี่ยม ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวออกมานานกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ดีไม่แพ้รุ่นอื่นเช่นกัน ด้วยคาแรกเตอร์ของหูฟังที่ให้เสียงที่มีมิติ ดัง และเบสเด่นที่มาเป็นลูกตึ๊บๆ ทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงและการเล่นเกมเป็นไปได้ด้วยดี

ข้อดี : เบสหนัก , ใส่แล้วเก็บเสียงได้ดี , ดีเลย์น้อย , ใช้พูดคุยได้ดี เสียงใส , เชื่อมต่อรวดเร็ว

ข้อสังเกต : แบตไม่อึดเมื่อเทียบกับหูฟังตัวอื่นๆ , กันน้ำได้น้อย , ไม่เหมาะกับการฟังเพลงบรรเลงที่ต้องการได้ยินองค์ประกอบของเสียงที่ชัดเจน , ปรับแต่งเสียงไม่ได้ , สัมผัสเพื่อสั่งการได้น้อย , การพูดคุยยังมีเสียงอู้อี้อยู่บ้าง

รายละเอียดสเปก Eaudio Nova 10

  • ไดรเวอร์ขนาด 13 มม.
  • Bluetooth 5.1
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 1 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 3 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 9 ชม.
  • กันน้ำระดับ IPX5 ใส่ออกกำลังกายได้ แต่กันฝนไม่ได้
  • แยกใช้งานทีละข้างได้ 
  • ระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling
  • ระบบรับเสียงจากภายนอก Transparency Mode
  • โหมด Low Latency Mode ลดดีเลย์ขณะเล่นเกมหรือดูหนัง
  1. iSuper Evo Buds | 599 บาท

หูฟังแบรนด์คนไทยอย่าง iSUPER Evo Buds ถือว่าเป็นที่ฮือฮามากในตอนที่เปิดวางขาย ด้วยเนื้อเสียงที่สามารถชนกับหูฟังราคาพันนิดๆ ได้เลย ส่วนข้อเสียน่าจะเป็นวัสดุตัวเครื่องที่เป็นพลาสติกและการประกอบอาจจะไม่ได้ดีเท่าตัวราคาเป็นพัน และฟีเจอร์ต่างๆ ในการ Auto Play/Pause เมื่อถอดหรือใส่หูฟัง แต่ถ้าวัดกันด้วยเรื่องเสียงที่ได้ บอกเลยว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวเลยทีเดียว

ข้อดี : เนื้อเสียงดีมาก , โหมดเกมดี ไม่ค่อยดีเลย์ , ฟีเจอร์ในการแตะสั่งการมีเยอะ , ฟังเพลงได้แทบทุกแนว , ไมค์เสียงใส

ข้อสังเกต : ไม่เหมาะกับใครที่อยากได้เบสหนัก , ปรับแต่งเสียงไม่ได้ , ถ้าใช้ออกกำลังกายนานๆ อาจจะหลุดจากหูได้

รายละเอียดสเปก iSuper Evo Buds

  • ไดรเวอร์ขนาด 7.2 มม.
  • Bluetooth 5.1
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 2 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 40 ชม.
  • แยกใช้งานทีละข้างได้ 
  • ระบบปรับลดเสียงรบกวน Enhance Noise Cancelling
  • โหมด Low Latency Mode ลดดีเลย์ขณะเล่นเกมหรือดูหนัง
  1. OPPO Enco Buds | 999 บาท

OPPO Enco Buds น่าจะเป็นหูฟังตัวเดียวที่มาจากแบรนด์มือถือ หูฟังตัวนี้มีเอกลักษณ์ที่เบสจะไม่ได้มาหนัก แต่เป็นเบสนุ่มๆ ให้เสียงที่ฟังแล้วรู้สึกกลมกล่อม สามารถแยกองค์ประกอบของเสียงได้ชัดเจนกว่ารุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้เทคโนโลยี Bluetooth 5.2 และฟีเจอร์อื่นๆ ที่ได้เหมือนกับหูฟังราคาพันกว่าบาทอีกด้วย

ข้อดี : เนื้อเสียงเน้นเบสและดัง , แบตอึก , เชื่อมต่อรวดเร็ว , ไมค์ใช้ในการพูดคุยได้ดี , มีโหมดเกม ดีเลย์น้อย

ข้อสังเกต : ไม่ค่อยเหมาะกับการฟังเพลงที่มีองค์ประกอบในเพลงหลายชิ้น , ปรับแต่งการควบคุมหูฟังได้แค่มือถือของ OPPO เท่านั้น

รายละเอียดสเปก OPPO Enco Buds

  • ไดรเวอร์ขนาด 8 มม.
  • Bluetooth 5.2
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 1 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 6 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 24 ชม.
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 กันเหงื่อได้ แต่กันน้ำฝนไม่ได้
  • แยกใช้งานทีละข้างได้ 
  • ระบบปรับลดเสียงรบกวน Enhance Noise Cancelling
  • โหมด Low Latency Mode ลดดีเลย์ขณะเล่นเกมหรือดูหนัง
  1. EDIFIER X2 | 990 บาท

มาถึงหูฟังตัวสุดท้ายที่เพิ่มเปิดตัวมาเลย กับ EDIFIER X2 ซึ่งตัวนี้ออกแบบมาในเรทราคาประหยัด ซึ่งมีการลดทอนจากรุ่นตัวท็อปเพื่อทำราคาไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งให้เสียงที่กระหึ่ม แต่อาจจะไม่ได้เป็นเบสแบบลูกตึ๊บๆ ดีไซน์ตัวเครื่องมีความเรียบหรู เชื่อมต่อได้เร็ว และอยู่ได้นานถึง 7 ชม. ต่อการใช้งาน 1 ครั้งเลย และจุดเด่นที่สำคัญคือเหมาะกับการสนทนามาก เพราะมีเทคโนโลยี Reduce Noise ที่ช่วยกรองเสียงให้ใสเคลียร์ยิ่งขึ้น

ข้อดี : เชื่อมต่อรวดเร็ว , สวมใส่สบายหู ไม่อึดอัด , เหมาะกับการฟังเพลงทั่วไป , แบตอึด , ไมค์พูดคุยชัดเจน , เสียงไม่ดีเลย์เมื่อเปิด Game Mode , 

ข้อสังเกต : ไม่เหมาะกับการฟังเพลงเบสหนักๆ , งานประกอบยังไม่แน่นหนา

รายละเอียดสเปก EDIFIER X2รายละเอียดสเปก EDIFIER X2

  • ไดรเวอร์ขนาด 13 มม.
  • Bluetooth 5.1
  • ระยะการจับสัญญาณ : 10 เมตร (แบบไม่มีวัตถุกั้น)
  • ไมโครโฟนข้างละ 1 ตัว 
  • ควบคุมโดยระบบสัมผัส
  • ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 7 ชม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • รวมชาร์จกับเคสได้สูงสุดถึง 28 ชม.
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 กันเหงื่อได้ แต่กันน้ำฝนไม่ได้
  • แยกใช้งานทีละข้างได้ 
  • ระบบปรับลดเสียงรบกวน Reduce Noise
  • โหมด Game Mode ลดดีเลย์ขณะเล่นเกมหรือดูหนัง

ทั้งหมดนี้เป็นหูฟังที่เราคัดมาให้เน้นๆ เพื่อช่วยในการประกอบการตัดสินใจซื้อหูฟัง ด้วยราคาของหูฟังที่ไม่เกิน 1,000 บาท เราอจจะต้องยอมรับข้อจำกัดในเรื่องฟีเจอร์บางอย่างที่ไม่สามารถใส่เข้ามา หรือต้องถอดออกไป ซึ่งเราก็แนะนำให้ทุกคนดูรีวิวหูฟัง หรือไปลองใช้งานกันที่่หน้าร้านก่อนตัดสินใจซื้อทุกครั้งนะครับ