News

สรุปงาน Peek Performance เปิดตัวชิป M1 Ultra พร้อม iPhone SE 2022 , iPad Air 5 และ Mac Studio เราสรุปให้ ที่เดียวจบ

จบไปแล้วสำหรับงาน Peek Performance ซึ่งก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมือถือรุ่นน้องประจำปีอย่าง iPhone SE 2022 หรือจะเป็น iPad Air 5 ว่าที่แท็บเล็ตที่น่าจะขายดีด้วยสเปกและราคาที่วางขาย แต่ที่น่าสนใจคือการเปิดตัวชิปประมวลผล M1 Ultra ที่น่าจะตื่นตาตื่นใจใครหลายคน วันนี้เรามาสรุปกันให้ทุกคนดูว่า Apple ได้เปิดตัวอะไรไปบ้าง ไปดูกันเลย

ชิป Apple M1 Ultra ชิปประมวลผล ตัวต่อยอดจากชิปสุดแรงอย่าง M1 Max

เมื่อปีที่แล้ว Apple ได้ทำให้เราตื่นตาตื่นใจกับประสิทธิภาพการทำงานของ Apple M1 ที่แรงมาก ทั้งในการตัดต่อหรือการทำงานทั่วไป ก็ทำได้อย่างไม่มีสะดุด จนทาง Apple ได้พัฒนาชิป M1 Pro และ M1 Max ขึ้นมา และในงาน Peek Performance ก็ได้มีการเปิดตัวชิป Apple M1 Ultra พี่ใหญ่ของ Apple M1 series และเป็นเหมือนพระเอกในงานครั้งนี้นั่นเอง

โดยสเปกของชิป M1 Ultra จะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างชิป Apple M1 Max จำนวน 2 ตัว ซึ่งจะมีสถาปัตยกรรม 5 นาโนเมตร  ให้ Core ของ CPU มาถึง 20 Core และ GPU 64 Core ซึ่งมากกว่าชิป Apple M1 อย่างมาก นั่นหมายถึงจำนวน Transistor ที่ให้จะมีมากถึง 114 พันล้านตัว ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการทำงานของชิป ส่วนประสิทธิภาพของ Apple M1 Ultra เมื่อเทียบกับ Apple M1 จะทำงานเร็วกว่าเดิม 8 เท่า และ ใช้พลังงานน้อยกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป 

iPhone SE ปี 2022 มือถือรุ่นน้อง ที่ยังคงความคลาสสิก ให้ Touch ID มาด้วย

ต่อกันด้วยมือถือที่เปิดตัวในงานอย่าง iPhone SE ปี 2022 ที่ยังคงความคลาสสิกจากรุ่นที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์จาก iPhone 8 และยังให้ระบบสแกนลายนิ้วมืออย่าง Touch ID มาอีกด้วย แต่ก็อาจจะขัดใจใครบางคนที่หน้าจอจะไม่เป็นหน้าจอแบบเต็มพื้นที่เพียง 4.7 นิ้ว เพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้กับปุ่มโฮม และลำโพงสำหรับการพูดคุย

สำหรับสเปกข้างใน Apple ให้ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic หน่วยความจำ 64/128/256GB และวางขายด้วยกัน 3 สี นั่นคือ สีดำ , ขาว และแดงนั่นเอง ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ 429 เหรียญ หรือประมาณ 14,300 บาทโดยประมาณ

รายละเอียดสเปก iPhone SE ปี 2022

  • หน้าจอขนาด 4.7 นิ้ว Retina HD
  • ชิปประมวลผล Apple A15 Bionic Hexa-Core
  • RAM 4GB
  • Storage 64/128/256GB
  • รองรับเครือข่าย 5G/LTE/EDGE
  • กล้องหลัง เลนส์หลัก 12 MP ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด
  • กล้องหน้า เลนส์หลัก 8 MP ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67
  • มี Touch ID ใช้การสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อกได้
  • แบตเตอรี่ XXXX mAh พร้อมชาร์จไว XXW
  • สีที่วางขาย : ดำ , ขาว , แดง

iPad Air 5 ที่ถูกพัฒนามาอีกขั้น ด้วยชิป M1 แต่เอื้อมถึงได้ง่ายเหมือนเดิม

iPad ตัวแรงที่ถูกพัฒนามาอย่าง iPad Air 5 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองและน่าจะมียอดขายทะลุเหมือนกับรุ่นก่อนๆ เพราะตัวนี้ให้ชิปประมวลผลเป็น Apple M1 ที่ใช้ใน iPad Pro เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งต่างจากรุ่นที่แล้วที่เลือกใช้ Apple A14 Bionic แต่เรื่องของดีไซน์และการวางกล้องก็ยังคงรูปแบบเดิมอยู่ นั่นคือขนาดจอ 10.9 นิ้ว Retina HD , กล้องหน้า เลนส์หลัก 7 ล้านพิกเซล , กล้องหลัง เลนส์หลัก 12 ล้านพิกเซล , รองรับการใช้งานกับปากกา Apple Pencil Gen 2 และการใช้งานร่วมกับ Smart Keyboard Folio

แต่ที่น่าสนใจคือ ฟีเจอร์ Center Stage ที่มีใน iPad Pro ได้ใส่มาให้ใน iPad Air 5 ทำให้การพูดคุยหรือการประชุมแบบ Facetime และแอปพลิเคชันประชุมต่างๆ ทำได้หลากหลายมากขึ้น โดยมีราคาเปิดตัวที่ 599 เหรียญ หรือประมาณ 19,900 บาทโดยประมาณ

รายละเอียดสเปก iPad Air 5

  • หน้าจอขนาด 10.9 นิ้ว Retina HD Full HD+ 60Hz
  • ชิปประมวลผล Apple M1 
  • กล้องหลังความละเอียด 12MP ƒ/1.8
  • กล้องหน้าความละเอียด 12MP ƒ/2.0
  • ลำโพงขับเสียงสเตอริโอ และ ไมค์คู่
  • รองรับ Wi-Fi 6
  • Touch ID บนปุ่มโฮม
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB Type-C
  • อายุแบตเตอรี่เล่น Wi-Fi 10 ชั่วโมง (สำหรับรุ่น Wi-Fi) และ 9 ชั่วโมง (สำหรับรุ่น Wi-Fi+Cellular)
  • รองรับ Apple Pencil Gen 1 , Gen 2 และ Smart Keyboard , Magic Keyboard
  • อุปกรณ์ที่มีมาให้ในกล่องมีสายชาร์จ USB-C และ อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C ขนาด 20 วัตต์
  • วางจำหน่ายด้วยกัน 5 สีคือ Rose Gold , Blue , Green , Space Gray และ Silver

Mac Studio คอมพิวเตอร์เพื่อสตูดิโอ มาพร้อมจอ Studio Display และ มีให้เลือกทั้งชิป M1 Max และ M1 Ultra

สำหรับใครที่ใช้งาน Mac Mini แล้วรู้สึกว่าอยากได้ของที่แรงกว่าเดิม ปีนี้ Apple ได้เปิดตัว Mac Studio คอมพิวเตอร์เพื่อการทำงานที่หลากหลายและซับซ้อน พร้อมตัวเลือกชิปประมวลผลให้กับทุกคน นั่นคือ Apple M1 Max และ Apple M1 Ultra ในตัวเครื่องที่อาจจะใหญ่กว่า Mac Mini แต่ก็แลกกับประสิทธิภาพที่ทะลุล้านคะแนนในการทดสอบแน่นอน ซึ่งเราต้องรอดูการระบายความร้อนกันว่าจะทำได้ดีหรือไม่ ส่วนราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1999 เหรียญหรือประมาณ 66,400 บาท สำหรับชิป M1 Max และ 3999 เหรียญหรือประมาณ 132,820 บาท สำหรับชิป M1 Ultra 

ส่วน Studio Display จะมีขนาดจอ 27 นิ้ว 5K Retina HD , ลำโพง 8 ตัว , แสดงสีสันได้มากกว่า 14.7 พันล้านสี และเชื่อมต่อด้วยพอร์ต Thunderbolt 4 ที่มีมาให้ทั้ง 4 พอร์ต

รายละเอียดสเปก Mac Studio

  • ขนาดตัวเครื่อง 3.7 x 7.7 x 7.7 นิ้ว
  • ชิปประมวลผล Apple M1 Max / M1 Ultra
  • RAM สูงสุด 128GB
  • Storage สูงสุด 8TB 
  • การเชื่อมต่อ : Displayport , Thunderbolt 4 , USB 3.1 Gen 2 , ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. , HDMI 2.1
  • รองรับการต่อออกจากได้สูงสุด 4 จอพร้อมกัน
  • Wi-Fi 6 / Bluetooth 5.2
  • พอร์ต LAN รองรับความเร็วสูงสุด 10Gbps

หมดไปแล้วสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในงาน Peek Performance ซึ่งก็ทำให้เราฮือฮาไปได้ทุกตัวเลย ทั้งมือถืออย่าง iPhone SE 2022 หรือ iPad ตัวใหม่อย่าง iPad Air 5 ซึ่งหลายคนก็น่าจะรู้สึกอยากได้อยากโดน และยังเปิดตัวสี iPhone 13 ใหม่อย่างสีเขียวอีกด้วย แต่น่าจะรอ Apple ประเทศไทยไม่นาน เราก็น่าจะได้ไปจับเครื่องจริงและซื้อมาใช้งานกันได้แน่นอน ส่วนราคาไทย หากมีการเปิดตัวราคาไทย เราจะมารายงานให้ทุกคนอย่างแน่นอน