Recommend

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทประจำเดือนมีนาคม 2565

ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงที่มือถือรุ่นกลางและรุ่นน้องกำลังไล่เปิดตัวกันอย่างสนุกสนาน จนทำให้ผู้บริโภคอย่างเราถึงกับต้องกุมขมับว่าจะซื้อตัวใหนดี จะเอาไปใช้แล้วจะคุ้มมั้ย วันนี้เรามีมือถือราคาไม่เกิน 15,000 บาทมานำเสนอทั้งหมด 7 ตัวด้วยกัน หวังว่าเราจะเป็นหนึ่งในเหตุผลในการตัดสินจซื้อมือถือที่ทุกคนต้องการนะครับ แต่จะมีรุ่นอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

  1. POCO X4 Pro 5G ( 10,990 บาท ) 

เริ่มกันที่มือถือเกมมิ่งที่ได้รับการปรับดีไซน์ให้หรูยิ่งขึ้นกับ POCO X4 Pro 5G ที่มีดีไซน์การออกแบบที่หรูหรา ขอบตัวเครื่องที่เหลี่ยม ให้ความรู้สึกดุดัน เหมาะกับการเล่นเกม ด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 695 และหน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว AMOLED 120Hz ถึงแม้ว่าจะเน้นการเล่นเกม POCO ก็ให้เลนส์ 108 ล้านมาให้อีกด้วย

รายละเอียดสเปก POCO X4 Pro 5G 

  • หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว Super AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 120Hz / Touch Sampling 360Hz
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 695 Octa-Core 6nm
  • RAM 8GB Storage 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 60fps
    • เลนส์หลัก 108 MP, f/1.9
    • เลนส์ Ultrawide 8 MP, f/2.2
    • เลนส์ Macro 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 20 MP, f/2.2 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
  • สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว 67 วัตต์
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 13
  1. Redmi Note 11 Pro 5G ( 10,990 บาท )

ต่อกันด้วยมือถือจากแบรนด์จีนอย่าง Redmi Note 11 Pro 5G ที่ให้ชิปประมวลผล Snapdragon 695 ชิปตัวท็อปจาก Snapdragon 600 Series และเลนส์กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล บวกกับรูปทรงที่หรูหรา แต่ก็ไม่โดดเด่นจนเกินไป ทำให้ Redmi Note 11 Pro 5G ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย

รายละเอียดสเปก Redmi Note 11 Pro 5G

  • หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว Super AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 120Hz 
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 695 Octa-Core 6nm
  • RAM 8GB Storage 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
    • เลนส์หลัก 108 MP, f/1.8
    • เลนส์ Ultrawide 8 MP, f/2.2
    • เลนส์ Macro 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.5 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
  • สแกนลายนิ้วมือข้างตัวเครื่อง
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh พร้อมชาร์จไว 67 วัตต์
  1. realme 9 Pro+ ( 12,999 บาท )

เพิ่งเปิดตัวและรีวิวกันไปสำหรับ realme 9 Pro+ ซึ่งมีราคาเปิดตัวที่จับต้องได้ง่ายมาก ๆ กับตัวเครื่องหน้าจอ 6.4 นิ้ว Super AMOLED 90Hz Full HD+ ซึ่งสีสดและลื่นตามาก ๆ เมื่อเทียบกับราคาที่จ่าย อีกทั้งยังให้แบตเตอรี่ 4,500 mAh พร้อมชาร์จไวอีก 60 วัตต์ เทียบกับเรือธงบางตัวได้เลย

รายละเอียดสเปก realme 9 Pro+

  • หน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว Super AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 90Hz 
  • ชิปประมวลผล Dimensity 920 5G Octa-Core 6nm
  • RAM 8GB Storage 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
    • เลนส์หลัก 50 MP, f/1.8
    • เลนส์ Ultrawide 8 MP, f/2.2
    • เลนส์ Dept 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.4 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh พร้อมชาร์จไว 60 วัตต์
  1. OPPO Reno7 Z 5G ( 12,990 บาท )

ต่อกันด้วย OPPO Reno7 Z 5G ที่อาจจะไม่ได้ให้กล้องมาขนาดใม่ใหญ่เท่าไหร่ เพราะให้กล้องมา 3 ตัวคือ เลนส์หลัก , Dept และ Macro นั่นเอง แต่สิ่งที่ OPPO Reno 7Z 5G ติดอันดับก็คือฟีเจอร์ Dual Orbit Lights ซึ่งจะเป็นแสงไปที่อยู่ตรงกรอบโมดูลกล้อง ใช้ในการแจ้งเตือน บอกเลยว่าเท่ ไม่ซ้ำใครแน่นอน

รายละเอียดสเปก OPPO Reno7 Z 5G

  • หน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 120Hz 
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 695 5G Octa-Core
  • RAM 8GB Storage 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
    • เลนส์หลัก 64 MP, f/1.8
    • เลนส์ Dept 2 MP, f/2.2
    • เลนส์ Macro 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.4 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 30fps
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh พร้อมชาร์จไว 33 วัตต์
  1. OnePlus Nord CE 5G ( 12,990 บาท )

อาจจะไม่ได้ใหม่ในหมู่มือถือที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังเป็นอีก 1 ตัวที่น่าซื้ออยู่กับ OnePlus Nord CE 5G ด้วยตัวเครื่องที่ออกแบบมาโดยมีมือถือเรือธงของ OnePlus เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจ ตัวนี้มีจุดเด่นเรื่องการดีไซน์และน้ำหนักที่ส่งผลให้การพกพาทำได้ง่ายมากๆ และยังให้ชิปประมวลผล Snapdragon 750G มาอีกด้วย แต่ราคาที่เรานำมาให้จะเป็นรุ่น RAM 8GB + Storage 128GB นะ

รายละเอียดสเปก OnePlus Nord CE 5G

  • หน้าจอขนาด 6.43 นิ้ว Fluid AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 90Hz 
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 750 5G Octa-Core
  • RAM 8GB Storage 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
    • เลนส์หลัก 64 MP, f/1.8
    • เลนส์ Ultrawide 8 MP, f/2.3
    • เลนส์ Dept 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 16 MP, f/2.5 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p 60fps
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ 4,500 mAh พร้อมชาร์จไว 30 วัตต์
  1. vivo V21 5G ( 12,999 บาท )

ตัวนี้น่าจะถูกใจสายถ่ายรูปหรือไลฟ์ Instagram แน่นอน เพราะตัวนี้เด่นเรื่องกล้องมาก ๆ และยังรับสัญญาณ 5G ได้ดีอีกด้วย เจ้า vivo V21 5G อาจจะเก่าไปสักหน่อย แต่ก็ถือว่ายังใช้งานได้แม้ว่าจะผ่านเวลามานานแล้วก็ตาม ให้ชิปประมวลผล Dimensity 800U ซึ่งก็ยังถือว่าแรงอยู่หากซื้อไปใช้งานทั่วไปและถ่ายรูปหรือวิดีโอเป็นหลัก

รายละเอียดสเปก vivo V21 5G

  • หน้าจอขนาด 6.44 นิ้ว AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 90Hz 
  • ชิปประมวลผล Dimensity 800U 5G Octa-Core 7nm
  • RAM 8GB Storage 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
    • เลนส์หลัก 64 MP, f/1.8
    • เลนส์ Ultrawide 8 MP, f/2.2
    • เลนส์ Macro 2 MP, f/2.4
  • กล้องหน้า 44 MP, f/2.0 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอ
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh พร้อมชาร์จไว 33 วัตต์
  1. Samsung A53 5G  ( 14,499 บาท )

มาถึงคราวของแบรนด์เกาหลีอย่าง Samsung ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวใหม่ Exynos 1280 ซึ่งทำคะแนนได้พอกันกับชิปตัวเก่าอย่าง Snapdragon 778G นอกจากนี้ยังให้หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว Super AMOLED Full HD+ 120Hz กล้องหลังเลนส์หลัก 64 ล้านพิกเซล ซึ่งหลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบใจเกี่ยวกับสกินโทนของภาพถ่ายและวิดีโอ แต่ก็น่าจะได้อัปเดตในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

รายละเอียดสเปก Samsung Galaxy A53

  • หน้าจอขนาด 6.5 นิ้ว AMOLED Full HD+
  • Refresh Rate 120Hz
  • จอกระจก Gorilla Glass 5
  • ชิปประมวลผล Exynos 1280
  • กล้องหลัง 4 ตัว ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
    • เลนส์หลัก 64 MP f/1.8
    • เลนส์ Dept 5 MP f/2.4
    • เลนส์ Ultrawide 12 MP f/2.2
    • เลนส์ Macro 5 MP f/2.4
  • กล้องหน้า 32 MP f/2.2 ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K 30fps
  • แบตเตอรี่ 5,000 mAh ชาร์จไว 25 วัตต์
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 
  • น้ำหนักตัวเครื่อง 189 กรัม