Special Article

ส่องสเปค Huawei Mate 40 Pro 5G ชิปดี กล้องเทพ เพิ่ม Ecosystem

คนส่วนใหญ่อาจจะเลือกสมาร์ทโฟนโดยดูจากฟีเจอร์เรื่องกล้องถ่ายรูปเป็นหลัก แต่สำหรับสายเทคโนโลยีที่หลงใหลในนวัตกรรมใหม่ที่จะมาปฏิวัติวงการนั้น จะมองต่างออกไปจะให้ความสำคัญกับเรื่องฮาร์ดแวร์อย่างสเปกเครื่องที่แรง พร้อมกับซอฟต์แวร์และระบบปฏิบัติการที่มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ครบ รวมทั้งแอปพลิเคชันที่สามารถตอบรับกับพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งานได้ ซึ่ง Huawei Mate 40 Pro 5G สามารถเป็นอะไรได้มากกว่าแค่กล้องถ่ายรูปดิจิทัล แต่คือเพื่อนคู่ใจที่สามารถช่วยตอบรับไลฟ์สไตล์เราได้อย่างลงตัวทั้งในด้านการทำงานและด้านความบันเทิง เปลี่ยนชีวิตคุณให้สะดวกสบายในยุคไฮเทค เพียงแค่พกสมาร์ทโฟนคู่ใจติดไว้เครื่องเดียวก็ครบจบในตัว

วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำสมาร์ทโฟนน้องเรือธงรุ่นล่าสุดของหัวเว่ย ที่มีแววว่าจะขึ้นแท่นเป็นเพื่อนคู่ใจคนใหม่ของสายเทคหรือกูรูดิจิทัลได้ มาพร้อมกับชิปเซ็ตเล็กพริกขี้หนูที่เร็วแรง ทั้งยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่และแอปพลิเคชันเป็นประโยชน์อีกมากมายสำหรับผู้ใช้งานชาวไทยโดยเฉพาะ ที่สุดของสมาร์ทโฟนแห่งปีของ Huawei นั้นก็คือ HUAWEI Mate 40 Pro 5G ที่เพิ่งเปิดตัวและวางจำหน่ายในเมืองไทยไปล่าสุด มากับจุดเด่นอะไรบ้าง ไปดูกันได้เลยครับ

ประสิทธิภาพที่แรงและเร็วกว่าด้วยชิปเช็ต 5G ขนาดเล็กที่สุดในโลก

หัวใจสำคัญของสมาร์ทโฟนก็คือชิปเซ็ต และตอนนี้ชิปเซ็ตที่กำลังมาที่แรงสุดในหมู่สมาร์ทโฟนด้วยกันก็ไม่พ้นชิปเซ็ตที่รองรับเทคโนโลยีโครงข่ายความเร็วสูง “5G” ที่เริ่มเปิดให้บริการอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ทำความเร็วอินเทอร์เน็ตที่สูงถึง 20 Gbps (ในขณะที่โครงข่าย 4G รองรับความเร็วสูงสุดแค่ 100 Mbps เท่านั้น) สำหรับชิปเซ็ตที่สมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 40 Pro ใช้ประมวลผลคือ 5G SoC Kirin 9000 รุ่นใหม่ล่าสุด หน่วยประมวลผลตัวแรกที่มีขนาดเล็กเพียง 5 นาโนเมตร โดยยิ่งขนาดเล็กก็ยิ่งสามารถลดการใช้พลังงานได้มาก โดดเด่นทั้งในด้านประสิทธิภาพการประมวลผล การประหยัดพลังงาน และการเชื่อมต่อความเร็วสูงไปพร้อมกันในตัว โดย CPU ตัวนี้ได้รับการออกแบบให้ประหยัดพลังงานได้ถึง 3 ระดับ มีแกนหลักที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาถึง 3.13 GHz ซึ่งทำงานผสานกับแกน GPU 24-Core Mali-G78 และมีนวัตกรรม NPU ที่ช่วยยกประสิทธิภาพการทำงานของ AI ให้ดีขึ้น (ประกอบไปด้วยแกนขนาดใหญ่ 2 แกน และแกนขนาดเล็กอีก 1 แกน) ชิปเซ็ตตัวนี้ตัวเดียวสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมทั้งในด้านการนำไปใช้เล่นเกมที่มีความละเอียด การใช้พลังงานน้อยลง ใช้งานได้อย่างลื่นไหลเพื่อให้เจ้าของเครื่องใช้งานได้ต่อเนื่องยาวๆ เต็มวัน และการรองรับ 5G

กล้องแชมป์ Dxomark

จุดเด่นของ Huawei Mate 40 Pro 5G นั่นก็คือกล้องที่จัดเต็มจนครองแชมป์ของ DxoMark แทบทุกปีหลังเปิดตัว โดยข้อดีที่ทาง Dxomark สรุปไว้ดังนี้ ช่วงไดนามิกที่กว้างแม้ในที่แสงน้อย การเก็บรายละเอียดของภาพและตัด Noise ได้ดีมากแม้ในที่แสงจ้าและในร่ม Auto Focus ทำได้รวดเร็วและแม่นยำทั้งโหมดถ่ายภาพและวิดีโอ การซูมที่มีรายละเอียดที่ดี การจับความลึกของภาพที่ดีในโหมดโบเก้แม้มีฉากที่ซับซ้อน ช่วงไดนามิกของภาพที่กว้างพอสมควรในการถ่ายภาพกลางคืน การป้องกันภาพสั่นไหวที่ยอดเยี่ยม มี Noise ระดับต่ำในการถ่ายวิดีโอทั้งกลางแจ้ง และในร่ม มี White Balance ที่แม่นยำและการแสดงสีที่น่าพอใจสำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยรายละเอียดกล้องทั้งหมดมีดังนี้

  • กล้องหลัง 3 ตัว Leica Optics รองรับถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K@60fps , 1080p@480fps ,720p@3840fps
    • 50 MP Ultra Vision Camera (Wide Angle, f/1.9 aperture)
    • 20 MP Cine Camera (Ultra-Wide Angle, f/1.8 aperture)
    • 12 MP Telephoto Camera (f/3.4 aperture, OIS), support AF
  • กล้องหน้า 13MP f/2.4 + 3D Depth Sensing Camera รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 4K@30fps , 1080p@240fps

ระบบปฏิบัติการใหม่ไฟแรงแห่งวงการสมาร์ทโฟน

นอกจากเรื่องฮาร์ดแวร์ ยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่น่าสนใจ EMUI 11 ซึ่งเป็นตัวอัปเดตล่าสุด เน้นการพัฒนาจุดเด่นในสองเรื่องหลัก ได้แก่ เรื่องประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ที่ได้รับการยกระดับให้ดีขึ้นในด้าน multi-tasking และเรื่องฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของเครื่อง ในเรื่องประสบการณ์การใช้งาน

เป็นผลจากหน่วยประมวลผล Kirin 9000 ที่ทำให้สมาร์ทโฟนตัวนี้สามารถรันแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล มีอินเตอร์เฟซที่ดูสบายตาขึ้น ทั้งยังมีฟีเจอร์การควบคุมการสั่งการที่สะดวกสบายอย่าง Smart Gesture Control ที่ใช้ท่าทางของมือสั่งการโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอ เช่น ปัดไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลื่อน หรือทำท่าวางมือ(Press) เพื่อรับสายหรือหยุดหรือเล่นเพลง การเปิดเครื่องให้อยู่ในโหมด Always On แค่เพียงใช้สายตามองไปที่เครื่องหรือที่เรียกว่า Eyes On Display และ Multi-screen Collaboration ที่จะช่วยให้คุณควบคุมสมาร์ทโฟนและเชื่อมต่อกับดีไวซ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายขึ้น ทั้งยังรองรับการเปิดแอปพลิเคชันใช้งานพร้อมกันได้ถึง 3 ตัว พร้อมรองรับการวิดีโอคอลระหว่างอุปกรณ์ของหัวเว่ยด้วย MeeTime ที่ให้คุณภาพของภาพและเสียงที่คมชัด แม้ในจุดอับสัญญาณ

ส่วนในด้านฟังก์ชันการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล EMUI 11 ใช้ระบบ Trusted Execution Environment ซึ่งมีความปลอดภัยสูงในระดับ CC EAL5+ ถือว่าเป็นระดับสูงที่สุดของซอฟต์แวร์ไมโครเคอร์เนลเพื่อความปลอดภัยสำหรับการพาณิชย์ และยังมาพร้อมฟีเจอร์รักษาความเป็นส่วนตัวใหม่ในด้านการส่งรูป ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานสามารถปิดข้อมูลส่วนตัว บนไฟล์ อย่างเช่น สถานที่ เวลา และรายละเอียดของเครื่อง ก่อนที่จะส่งให้คนอื่นได้

“HMS” บริการสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนหัวเว่ย อัดแน่นไปด้วยแอปฯ ยอดฮิตใน HUAWEI AppGallery

อีกจุดหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้สเปกเครื่องและระบบปฏิบัติการของสมาร์ทโฟนก็คือ “แอปฯ” เพราะถึงเครื่องจะแรงยังไงหากไม่มีแอปพลิเคชันดีๆ ให้ใช้ก็อาจเป็นได้แค่ที่ทับกระดาษ เข้าใจว่าก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะกล้าๆ กลัวๆ กับการใช้สมาร์ทโฟนของหัวเว่ย เนื่องจากกลัวจะไม่มีแอปฯ ที่อยากใช้ แต่เดี๋ยวนี้ HUAWEI AppGallery ในระบบปฏิบัติการ Huawei Mobile Services (HMS) ได้รับการพัฒนาจนมีแอปฯ ฮิตๆ ทั้งในไทยและเทศอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแอปเกมสุดฮิตอย่าง Garena Free Fire แอปโซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังอย่าง TikTok, LINE แอปธนาคารต่างๆ เช่น K Plus, SCB, KrungThai Next ไปจนถึงแอปชอปปิ้งชื่อดังอย่าง Lazada, Shopee หรือ JD Central  ไม่เว้นแม้กระทั่งแอปใหม่ๆ ที่ทุกคนต้องมีเพื่อใช้โอนเงิน อย่าง แอปเป๋าตัง (Paotung) ที่สำคัญมันยังมาพร้อมกับวิดเจ็ต Petal Search ที่เป็นเสมือน Search Engine ในตัวเอง และสามารถใช้ค้นหาแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้หัวเว่ยยังมีการเพิ่มเติมบริการต่างๆ ให้ใน HMS อย่างเช่น HUAWEI Docs ที่ให้ดูแลเอกสารทั้งหมดครบจบในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งดูจากแนวโน้มแล้ว ในอนาคตหัวเว่ยจะยังคงเดินหน้านำแอปฯ ยอดฮิตในหมู่ผู้ใช้ชาวไทยมาลงใน HMS มากขึ้นจนไม่ต่างจากสโตร์อื่น

HUAWEI Mate 40 Pro 5G พร้อมให้ทดลองและจับจองเป็นเจ้าของได้แล้วที่ HUAWEI Online Store, HUAWEI Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Black และ Mystic Silver ในราคา 34,990 บาท

พิเศษสำหรับผู้ที่สั่งซื้อระหว่างวันที่ 3 – 31 ธันวาคม 2563 นี้ รับฟรีของสมนาคุณสุดพิเศษรวมมูลค่า 7,970 บาท ประกอบด้วย ปากกา HUAWE M-Pen 2, เคสไฟวงแหวน HUAWEI Ring Light Case, แท่นชาร์จไร้สาย HUAWEI SuperChargeTM Wireless Charger Stand, และบริการเอ็กซ์คลูซีฟจากหัวเว่ยมูลค่า 1,619 บาท โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารที่อัปเดตล่าสุดก่อนใครได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ HUAWEIMobileTH , ยูทูป HUAWEIMobileTH, เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ และ official account ในไลน์ HUAWEI Mobile Thailand รวมถึงสามารถติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://consumer.huawei.com/th/shop/product/huawei-mate-40-pro/